แก้ครั้งที่ 1 (ถึง คห.5 )

แก้ครั้งที่ 2 (ถึง คห.8)
 
แก้ครั้งที่ 3 (ถึง คห.9)
 
แก้ครั้งที่ 4 (ถึง คห.11)
 
แก้ครั้งที่ 5 (ถึง คห.13)
 
แก้ครั้งที่ 6 (ถึง คห.15)
 

 

รายชื่อผู้ถูกสัมภาษณ์

  • ปัฐพี เตวิชชาญ (พี่ลูกปัด) รุ่นที่ 5
  • รรรรรร  ปิยะวัฒนกูล (คุณรอน) ช่างเครื่องประจำโรงเรียน
  • ศรันฉัตร ตั้งวิริยะกุล (พี่เฟิร์น) รุ่นที่ 4 
  • อาเนช ศรีสุวรรณ  (ครูโอ) สอนสังคมม.6

ผู้สัมภาษณ์และเขียนรายงาน

  • นาคินทร์ อินทรสูต (คิง)

 

 

 

 

เด็กหนุ่มร่างไม่สูงในชุดนักเรียนเดินผ่านประตูโรงเรียนเข้ามาด้วยทีท่าสงบเยือกเย็นเหมือนปกติ เนื่องจากวันนี้ไม่ใช่วันเรียน ไม่มีหนังสือที่ต้องแบกมา เขาจึงถือเพียงแฟ้มใส่สมุดเปล่ากับดินสอปากกามาเท่านั้น แว่นสายตาเสียบไว้ที่กระเป๋าเสื้อ และขลุ่ยคู่ใจโผล่พ้นกระเป๋ากางเกงออกมา

 

ถึงแม้วันนี้จะเป็นวันสอบสัมภาษณ์ และวิธีการสอบก็ออกจะแปลกไปซักหน่อย แต่ก็ไม่ได้ทำให้ นาคินทร์ อินทรสูต ตื่นเต้นแต่อย่างใด  อันที่จริงครั้งแรกที่อ่านกติกาการสอบสัมภาษณ์เขารู้สึกประหลาดใจอยู่ไม่น้อย แต่ไม่นานความรู้สึกเหล่านั้นก็หายไป เพราะสิ่งที่ต้องทำก็คือสิ่งที่ต้องทำ แค่สัมภาษณ์คนอื่น ไม่มีอะไรมากไปกว่านั้น เขาใช้วิธีคิดนี้ปลอบใจตัวเองมานานจนกลายเป็นนิสัย

 

เมื่อคืนเขาเพียงแค่นั่งคิดเงียบๆว่าจะถามคำถามอะไรบ้าง(แน่นอนว่าอาจจะมีเสียงน้อยชายจอมยุ่งแทรกเข้ามาบ้าง) ในสมองเรียบเรียงข้อมูลเรียบร้อยโดยไม่ได้จดออกมาเป็นลายลักษณ์อักษร เขาคิดว่าการพูดคุยอย่างเป็นธรรมชาติ(?)น่าจะดีที่สุดสำหรับการทำความรู้จักกับใครซักคน  ... แต่นี่คือจุดประสงค์ของการสอบสัมภาษณ์จริงๆหรือ ภายในเวลาสั้นๆ คนเราจะรู้จักกันได้แค่ไหนเชียว สายสัมพันธ์ชั่วคราวที่ไม่มีความหมาย ?

 

คิงยกนาฬิกาข้อมือขึ้นมาดู พบว่าเพิ่งเลย 9 โมงเช้ามาเล็กน้อย  แดดประเทศไทยร้อนเหลือเกิน จึงตัดสินใจเดินเข้าใต้อาคารไป  เด็กหนุ่มผมดำสนิทสาวเท้าไปตามทางเดิน พอเลี้ยวตรงมุมเสากลับชนกับใครคนหนึ่ง  คิงยกแขนข้างหนึ่งขึ้นป้องกันตัวโดยอัตโนมัติ อีกมือกำแฟ้มของตนแน่น กลับกลายเป็นอีกฝ่ายที่ต้องก้มเก็บของที่ตก

ปัฐพี เตวิชชาญ (ลูกปัด) เวลา : 9.12 น.


ขอโทษครับ” น้ำเสียงนิ่งเรียบไม่บ่งบอกอารมณ์ดังมาจากนักเรียนรุ่นน้อง


“อ่า .. ไม่เป็นไร” เด็กหนุ่มร่างสูงหน้าตาดีเก็บหนังสือการ์ตูนเรื่องดังขึ้นมาจากพื้น ก่อนจะเงยขึ้นมามองหน้ารุ่นน้องพร้อมรอยยิ้มอย่างเป็นมิตร แววตาติดจะกวนประสาทอยู่เล็กน้อย  “รุ่นน้องสินะ”

 

ครับ” คิงตอบ “คุณชื่ออะไรหรือครับ” เขาเริ่มสัมภาษณ์โดยไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย(ไม่นับเลาที่อยู่ในกระเป๋ากางเกง)

 

รุ่นพี่เลิกคิ้วขึ้น “ปัฐพี เตวิชชาญ หรือ ลูกปัด ครับ” เขาลงเสียงหนักที่หางเสียงเป็นการล้อเลียน คิงปรายตามองหน้าลูกปัดเล็กน้อย ก่อนจะจดข้อมูลลงไปในสมุดอย่างสุขุม อยู่ๆมือของรุ่นน้องก็ชะงักไป

 

รบกวนช่วยสะกดนามสกุลให้ฟังได้ไหมครับ” ลูกปัดหัวเราะก่อนจะฉวยไปเขียนให้ โดยให้เหตุผลว่ามันสะดวกกว่า

ผมชื่อนาคินทร์ อินทรสูต ชื่อเล่นชื่อคิง อายุ 15 ปี เป็นนักเรียนที่ผ่านข้อเขียนมาแล้ว ขออนุญาตสัมภาษณ์พี่ปัฐพีนะครับ” เสียงนิ่งเรียบแต่ชัดเจน


“เชิญครับน้องคิง” แม้จะยังเป็นประโยคล้อเลียนอยู่ แต่น้ำเสียงอีกฝ่ายก็ดูทีเล่นทีจริง ปล่อยตัวตามสบายมากขึ้น


เรียนอยู่ชั้นอะไรหรือครับ


“ขึ้นม.5ครับ” ว่าพลางพิงเสา ต่างหูสามรูสะท้อนกับแสงอาทิตย์วูบหนึ่ง ดูจากภายนอกแล้ว รุ่นพี่หน้าตาดีคนนี่คงจะชอบแต่งตัวอยู่ไม่น้อย แต่คิงไม่ได้สนใจประเด็นนั้น

 

สายการเรียนล่ะครับ


“ศิลป์-จีน ครับ” ยกหนังสือการ์ตูนเล่มเดิมขึ้นมาอ่าน

 

“ทำไมถึงเลือกเรียนศิลป์ภาษาจีนล่ะครับ” รุ่นน้องถามโดยไม่มองหน้า มือถือปากกาตั้งใจจดข้อมูลสัมภาษณ์ จึงไม่ทันเห็นสายตาประกายระริกของรุ่นพี่ที่เหลือบมองมา


“ชอบภาษาก็เลยเรียนภาษาไงครับ” คิงรู้สึกไม่ชอบใจทุกครั้งที่คำว่า ‘ครับ’ ที่กำลังล้อเลียนเขาอยู่ ออกมาจากปากของคู่สนทนา แต่เขาก็ไม่ว่าอะไร

งานอดิเรกล่ะครับ?” คนถามก้มหน้าก้มตาจด รุ่นพี่รู้สึกตะขิดตะขวงกับคำถามห้วนสั้นของรุ่นน้อง นี่เขากำลังคุยกับเครื่องตอบรับอยู่หรือไง


“ชอปปิ้ง หาอะไรอร่อยๆกิน อ่านการ์ตูน ดูหนัง ฟังเพลง เหล่หญิง ทำงานบ้าน แกล้งชาวบ้าน ครับ”

 

คิงขมวดคิ้ว “หยุดล้อเลียนคำพูดของผมได้แล้วครับ” น้ำเสียงนิ่งเรียบแฝงอารมณ์หงุดหงิด ทำให้รุ่นพี่หัวเราะขึ้นมาได้
ยิ่งห้ามเหมือนยิ่งยุ ลูกปัดขอล้อเลียนเขาเป็นประโยคสุดท้าย “น้องเก็บกดมาจากไหนหรือครับ” เขามองแววตาคมกริบบนใบหน้าเรียบเฉยของรุ่นน้อง “ดูทำหน้าเข้าสิ ถ้ากล้ามเนื้อใบหน้าไม่มีปัญหาก็ยิ้มให้ดูหน่อยสิ หรือจะร้องไห้ก็ได้ ถ้าน้องยิ้มไม่เป็น”


คิงได้แต่มองคู่สนทนาที่ยิ้มกรุ่มกริ่มด้วยสีหน้านิ่งเรียบดังเดิม   ... น่ารำคาญ ... เขาคิดในใจ แต่ตอบออกมาเพียงคำว่า “ครับ” แล้วไม่ตอบสนองคำขอนั้น “โรงเรียนนี้มีวิชาเลือกอะไรบ้างครับ


รุ่นพี่เหลือบมองรุ่นน้องที่จงใจเมินข้อตกลงของเขา แล้วกระตุกมุมปากมาราวกับนึกสนุกอะไรขึ้นมาได้ “ถ้าไม่ยิ้ม พี่ไม่ตอบนะครับ” ประโยคล้อเลียนยังถูกเปล่งออกมาด้วยน้ำเสียงที่ร่าเริง

 

คิงไม่แน่ใจว่าเขาถูกรุ่นพี่คนนี้หมั่นไส้ไปแล้วหรือยัง ...

 

รอยยิ้มผมไม่เกี่ยวอะไรกับการสัมภาษณ์” คิงมองหน้าคู่สนทนา และย้ำคำถามเดิม “โรงเรียนนี้มีวิชาเลือกอะไรบ้างหรอครับ” ซึ่งแน่นอนว่าอีกฝ่ายไม่ตอบ ลูกปัดแกล้งทำเป็นอ่านการ์ตูนต่อ โดยเหลือบมองรุ่นน้องเป็นพักๆ


กรุณาตอบคำถามผมด้วยครับ” คิงคิดว่า เป็นหน้าที่ของรุ่นพี่ที่ต้องให้สัมภาษณ์รุ่นน้อง จึงรู้สึกหงุดหงิดที่อีกฝ่ายมาไม้นี้ และเกมส์นี้ดูไร้สาระเหลือเกินในความคิดเขา ความเงียบทิ้งตัวอยู่ซักพัก และไม่มีทีท่าว่ารุ่นพี่จะตอบอะไร

 

เขาถอดใจ “ขอบคุณที่สละเวลาให้สัมภาษณ์ครับ” คิงปิดสมุด เดินจากไปไม่ทันพ้นสามก้าว ลูกปัดก็เอ่ยขึ้นตามหลัง “ที่นี่มีมีวิชาเลือกดนตรีด้วยนะน้อง” คิงหันควับเพราะประโยคนั้น รุ่นพี่คงคาดเดางานอดิเรกของเขาจากสิ่งที่โผล่พ้นกระเป๋ากางเกงมา แววตาระริกครู่หนึ่งของคิงทำเอาลูกปัดชะงักไป ไม่นึกว่าหมอนี่จะมีอารมณ์อื่นกับเขาด้วย อนุโลมให้ใช้แทนรอยยิ้มไปแล้วกัน


“วิชาเลือกก็มีหลายวิชาอยู่นา” ลูกปัดตอบพลางคิดพลาง “ทั้งศิลปะ คหกรรม ดนตรี...” ลูกปัดแอบเหลือบมองสายตาคิงอีกครั้ง แต่คราวนี้เขาไม่พบอะไรเพราะอีกคนมัวแต่ตั้งหน้าตั้งตาจด “พละ ปรัชญา …”  รุ่นพี่ไล่ไปจนจบและลงท้ายด้วย ครับที่เสแสร้ง อีกตามเคย


ช่วยบอกชื่ออาจารย์สอนวิชาดนตรีให้หน่อยได้ไหมฮะ” แทนที่จะพบอารมณ์ตื่นเต้นดีใจจากรุ่นน้อง ลูกปัดพบเพียงเสียงนิ่งเรียบเย็นชาดังเดิม เขาถอนหายใจ “ตามมา เดี๋ยวพี่พาไปหาครูมิวเอง” ว่าพลางหาว “อยู่แถวนี้มานานแล้ว น่าเบื่อชะมัด”


แต่รุ่นน้องหัวดื้อกลับไม่ยอมเดินตาม แถมยืนยันว่าจะไปหาอาจารย์ด้วยตัวเอง เมื่อไม่รู้จะทำอย่างไรลูกปัดจึงคว้าเอาขลุ่ยที่โผล่ออกมาจากกระเป๋ากางเกงรุ่นน้อง คิงรีบคว้าคืนแต่ไม่ทันร่างที่เดินนำไปแล้ว เขาจึงได้แต่เดินตามอีกคนไป นัยน์ตาสีเข้มจับจ้องขลุ่ยคู่ใจของตัวเองไม่วางตา

 

 “ขอขลุ่ยคืนด้วยครับ” ว่าพลางสาวเท้าตามร่างสูง ประโยคนี้ออกจากปากคิงไม่ต่ำกว่าสี่รอบ

 

“น้องคิงชอบเป่าขลุ่ยเหรอ” คนถามเมินคำขอของอีกคน ยกขลุ่ยขึ้นส่องดูรายละเอียด “นี่มันขลุ่ยเด็กม.ต้นนี่นา พี่ก็เคยเป่าขลุ่ยพลาสติกแบบนี้” ว่าแล้วก็ยกขึ้นทำท่าจะเป่า แต่มือคิงไวกว่า   เขาคว้าแขนร่างสูง ร่างสูงชะงักเท้า หันมารุ่นน้องอย่างตกใจ ไม่นึกว่าจะหวงของขนาดนี้

 

ขอขลุ่ยคืนด้วยครับ” น้ำเสียงทุ้มต่ำลงโดยไม่ได้ตั้งใจ

 

“ของรักของหวงงั้นหรอ” คนพูดกระตุกยิ้ม แววตาหรี่เล็กที่มองมายิ่งส่งเสริมท่าทางยียวนกวนประสาทมากขึ้น

 

ครับ  กรุณาคืนมาด้วย

 

ลูกปัดคืนขลุ่ยให้คิง ตอนนี้ตัวประกันหมดความจำเป็น เพราะพวกเขามายืนอยู่หน้าอาคารเรียนเรียบร้อยแล้ว รุ่นพี่เดินนำไปอย่างชำนาญทาง ความเงียบกลืนกินอีกครั้ง

 

พี่ปัฐพีมาเรียนที่นี่บ่อยเหรอฮะ

 

“อยู่ๆก็ถามขึ้นมา นี่ถือเป็นการง้อพี่รึเปล่าเนี่ย?” ลูกปัดหัวเราะ แต่คิงปฏิเสธด้วยน้ำเสียงสงบ “ไม่ใช่ครับ

 

“พี่มาเรียนคหกรรมบ่อยๆน่ะน้อง”

 

“ทำอาหารน่ะหรอครับ”  คิงแปลกใจ

 

ใช่ เขาว่า แล้วจึงเล่าต่อ “ปกติที่บ้านพี่ก็ทำกินเองนะ ทำมาเผื่อเพื่อนๆก็เคย น้องสนใจกินเค้กฝีมือพี่ป้ะครับ แต่ต้องระบำฮูลาฮูล่าให้ดูก่อนนะ เอ ... หรือวิ่งรอบโรงเรียนดี”

 

เขาคิดในใจว่ารุ่นพี่คนนี้ประสาท “ที่บ้านพี่ไม่ได้เปิดร้านเค้กใช่ไหมครับ” คนถามขุดคุ้นความทรงจำครั้งที่เคยกินเค้กช็อคโกแลตกับคุณแม่  

 

ลูกปัดเหลียวมองคิงเล็กน้อยเพราะคำถามออกจะแปลกไปซักหน่อย “เปล่า ทำไมหรอ อยากจะมาเป็นสปอนเซอร์ให้หรืออยากเป็นเด็กล้างจานล่ะ?”

 

ไม่มีอะไรครับ” รุ่นน้องคนนี้ดูปิดกั้นตัวเองเหลือเกิน

 

ทั้งคู่สาวเท้ามาถึงด้านหลังของอาคารสาม คิงมองผ่านประตูเห็นสวนพฤษศาสตร์อยู่ไกลๆ ลูกปัดชะโงกเข้าไปดูในห้องแล้วก็ร้องว้าออกมา “ครูไม่อยู่ล่ะ”

 

คิงมองอีกคนอย่างสงบ “ขอแค่ชื่ออาจารย์ก็พอครับ

 

รุ่นพี่หัวเราะแล้วบอกชื่อ ‘อาจารย์มิว’ ให้เขา แต่ก็ยังไม่วายเดินนำไปดูห้องอื่นแถวนั้นๆ “อาจจะอยู่ห้องพักครูก็ได้นะ” เขาพึมพำแล้วชี้ไปอีกทาง “อยู่แถวนั้น”

 

คิงมองตามมืออีกคน แล้วก้มมองเนื้อกระดาษว่างๆในสมุดตัวเอง เขารู้สึกว่าข้อมูลน้อยไป “พี่ปัฐพีชอบอะไรหรือครับ

 

“ถามแบบนี้จะจีบพี่รึไง! พี่ไม่มีรสนิยมชอบผู้ชายนะน้องนะ แต่ถ้าจะเอาขอขวัญมาให้ล่ะก็ ไม่ปฏิเสธหรอก” พูดพลางยิ้มพลาง

 

คิงขมวดคิ้ว “พี่ปัฐพีเกลียดอะไรหรือครับ” ลูกปัดหัวเราะก๊ากกับการแก้ปัญหา(?)ของรุ่นน้อง

 

พี่เกลียดคนนิสัยแย่ๆน่ะคนตอบเหลือบมองคนถาม เป็นเชิงว่ากำลังยกตัวอย่างอยู่ 

 

"อะไรครับ"  

 

ลูกปัดหัวเราะในลำคอเบาๆ แล้วว่าต่อ“แต่ถ้าของชอบก็เกมส์ การ์ตูน ผู้หญิง ฯลฯ เพิ่งคิดได้หรือไงครับว่าคำถามน้อยไป” ดูเหมือนรุ่นพี่จะเดาถูก

 

ครับ” คิงตอบตรงๆ โดยไม่ละสายตาจากสมุดที่กำลังบันทึกข้อมูลอยู่ รุ่นพี่มองพฤติกรรมรุ่นน้องแล้วถอนหายใจ  

พวกเขาคุยกันอีกสองสามประโยคเช่นว่า สายการเรียนที่คิงจะเลือก หรือวิชาที่ถนัด คิงกล่าวขอบคุณก่อนจะลากันไป รุ่นพี่เดินกลับไปทางเดิม ส่วนคิงยืนมองห้องเรียนดนตรีสากลอยู่เนินนาน

 

สรุปการสัมภาษณ์คนที่ 1: ปัฐพี เตวิชชาญ (ลูกปัด) รุ่นที่ 5

สถานที่พบ : ใต้อาคารธุรการ 

เวลาเริ่มสัมภาษณ์ : 9.12 น. 

บันทึกย่อ: พี่ปัฐพี ... กวนประสาท

 

 

ยกนาฬิกาขึ้นมาดู เข็มสั้นยังเดินทางไปไม่ถึงเลขสิบดี ยังมีเวลาอีกกว่า 5 ชั่วโมง คิงจึงตัดสินใจออกไปเดินเล่นที่สวนพฤกษศาสตร์ซักพัก เขาเหลียวกลับมามองทางห้องเรียนดนตรี ความรู้สึกตื่นเต้นก่อขึ้นในใจอย่างเงียบๆ ในตอนนั้นเขาก็ตัดสินใจหยิบขลุ่ยขึ้นมาเป่าเพลง Canon in D เสียงขลุ่ยบรรเลงสอดแทรกกับเสียงเสียดสีกันของใบไม้และเสียงนกร้อง ไม่แปลกใจเลยที่ห้องเรียนดนตรีถึงมาตั้งอยู่บริเวณนี้ เขาเป่าเริ่มเป่าเพลงที่สอง เมื่อหันไปอีกทางกับพบผู้ชายร่างสูงคนหนึ่งมายืนอยู่ในระยะประชิด

 

เสียงขลุ่ยดังผิดคีย์ขึ้นมาก่อนจะเงียบสนิท ตัดกับเสียงกระพือปีกของนกที่จากไป

 

รรรรรร  ปิยะวัฒนกูล (คุณรอน) เวลา : 10.09 น.


“เด็กใหม่เหรอ” ชายร่างสูง ผมชี้ เคราหลอมแหลมถามเขาพลางยิ้มกว้างอย่างคนอารมณ์ดี

 

คิงตอบรับและรีบเก็บขลุ่ยเข้ากระเป๋ากางเกง

 

“เก็บทำไมเล่า เล่นต่อสิ”

 

ไม่สะดวกครับ” คิงตอบด้วยน้ำเสียงนิ่งเรียบอย่างเคย ชายคนนั้นอึ้งไปสักพักกับคำปฏิเสธที่ชัดเจน ก่อนจะตบไหล่คิงอย่างถือวิสาสะพลางหัวเราะ คิงมองเครื่องแบบของอีกฝ่ายก่อนเอ่อถาม

คุณเป็นเจ้าหน้าที่ของโรงเรียนใช่ไหมฮะ ผมชื่อนาคินทร์ อินทรสูต ชื่อเล่นชื่อคิง อายุ15 ขออนุญาตสัมภาษณ์นะครับ


“แหม อุตส่าห์หลบมาซ่อมสปริงเกอร์ยังอุส่ามีนักเรียนมาเจอตัวอีก” เขาปาดเหงื่อ ถอดถุงมือ แล้วฉีกยิ้มกว้าง “จะสัมภาษณ์ก็เอาสิ”

 

คิงเริ่มต้นด้วยชื่อและตำแหน่งเหมือนเ