เรื่องเล่าของ : นาคินทร์  อินทรสูต (คิง) 
 
0 - 6 ขวบ :
 
บ้านไม้เก่าๆ แต่ไม่ทรุดโทรม เป็นฉากหลังของความอบอุ่นภายใต้อ้อมกอดของแม่และยาย ฉันจำอะไรไม่ได้มากนัก รู้เพียงชีวิตวัยเด็กช่างสุขสงบ
 
ฉันเป็นลูกโทน เกิดเมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม 2540 ที่จังหวัดสระแก้ว ในชื่อ "นาคินทร์ คันธารัตน์" ซึ่งใช้นามสกุลทางฝั่งแม่ ส่วนชื่อ "คิง" เป็นชื่อที่แม่ตั้งให้ เพราะอยากให้มีชีวิตอยู่อย่างเข้มแข็งและมีเกียรติ เป็นเลิศเหนือใคร ชีวิตวัยเด็กฉันอยู่กับแม่และยายที่ค่อยดูแลและรักฉันอย่างแท้จริง  
 
6 - 8 ขวบ :
 
แสงแดดที่ส่องมาไม่ถึงพื้นห้อง เพราะถูกผ้าที่ตากขวางกั้นไว้  ภายใต้เงาห้อง ฉันมักมองผ่านหน้าต่างที่เปิดสู่ทิศตะวันตก ท้องฟ้าเปลี่ยนไปตามวันเวลา  
 
ฉันย้ายเข้ามาอยู่ในกรุงเทพกับแม่ตอน 6 ขวบ ด้วยเหตุที่ว่าแม่ได้งานใหม่ในโรงพยาบาลที่นี่ และพอดีกับที่ฉันกำลังขึ้นชั้นประถม1 โรงเรียนในเมืองกรุงย่อมดีกว่าต่างจังหวัด พวกเราอาศัยอยู่ในอพาร์ทเมนต์เช่า ไม่มีที่ให้วิ่งเล่นมากนัก แต่ก็มีความสุขดี โรงเรียนประถมอยู่ไม่ไกลจากที่พัก แม่จะเดินไปส่งทุกเช้าก่อนไปทำงานที่โรงพยาบาล และมารับกลับในช่วงเย็น เร็วบ้างช้าบ้างแล้วแต่วัน ช่วงไหนที่แม่ไม่อยู่ แม่จะบอกให้ล็อกห้องไว้เพื่อความปลอดภัยของฉัน หรือบางวันที่แม่ต้องอยู่เวรที่โรงพยาบาล ฉันก็จะถูกฝากไว้กับคุณป้าข้างห้อง
 
ท้องฟ้าเปลี่ยนเป็นสีดำนานแล้ว ประตูห้องยังถูกล็อกอยู่ แม่ออกไปตั้งแต่ตอนเย็นและยังไม่กลับมา วันนี้ไม่ได้ยินเสียงโทรทัศน์ของคุณป้าข้างห้อง จำได้ว่าแกไม่อยู่สองสามวัน นอกหน้าต่างฝนเริ่มลงเม็ด ฉันจำไม่ได้ว่าแม่พกร่มไปด้วยหรือเปล่า
 
โรงเรียนประถมทำให้ฉันเริ่มตระหนักในสิ่งที่ไม่เหมือนคนอื่น ฉันไม่มีพ่อ เพื่อนๆมักจะถามว่าทำไม ฉันตอบไม่ได้ แม่บอกเพียงว่า "ฉันเกิดจากความรักของพ่อกับแม่อย่างแท้จริง เพราะฉะนั้นไม่ต้องน้อยใจที่พ่อไม่ได้อยู่ด้วย" แต่นั่นไม่ช่วยแก้ข้อสงสัยของคนอื่น ท้ายที่สุดฉันกลายเป็นเพียงลูกไม่มีพ่อโดยที่ตัวเองก็ไม่รู้เรื่องอะไรมากกว่านี้เลย 
 
ฉันสะดุ้งตื่นเพราะเสียงฟ้าร้องที่มาพร้อมกับพายุฝน เพียงชั่ววินาทีเท่านั้นที่ได้เห็นแสงสว่างภายในห้อง แล้วทุกอย่างก็มืดสนิท ฝนตกไฟดับไม่ใช่เรื่องผิดปกติของที่นี่ ในห้องไม่มีวี่แววของใครอื่นนอกจากฉัน
 
ครั้งนึงฉันเคยต่อยเพื่อนที่ปากพล่อย บอกว่าแม่ฉันเป็นโสเภณี เรื่องแย่ๆมักเกิดขึ้นเพราะประเด็นนี้ ถึงแม้จะไม่บ่อย แต่ก็ทำให้ฉันไม่อยากยุ่งกับคนอื่น แม่เป็นคนใจดี ทำงานอยู่ตลอดเวลา แต่แม่จะดุมากตอนที่ฉันทำห้องรกหรือทำอะไรสกปรก ฉันถูกสอนให้เก็บของอย่างเป็นระเบียบอยู่เสมอ 
 
แสงสว่างเดียวส่องมาจากหน้าต่าง ฉันเข้าไปซุกตัวอยู่ที่นั่น เงาผ้าที่ตากไว้ทอดตัวลงบนพื้น สั่นไหวตามแรงลมราวกับปีศาจกำลังเต้นระบำ 
 
เพราะไม่ค่อยได้เล่นกับเพื่อน เวลาส่วนใหญ่ของฉันที่โรงเรียนประถมจึงอยู่กับหนังสือและการเรียน บางครั้งแม่ก็ได้รับรายงานจากครูว่าฉันมีปัญหาด้านการเข้าสังคม แต่เมื่อเทียบกับคะแนนที่ดีเกินคาด ปัญหานี้จึงถูกมองข้ามไป กลายเป็นว่าฉันแค่เป็นเด็กตั้งใจเรียนคนหนึ่ง 
 
ไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานเท่าไหร่ แต่แม่ยังไม่กลับมา นี่เป็นครั้งแรกที่แม่หายไปนานขนาดนี้  
ณ วินาทีนั้น ฉันตระหนักว่าฉันมีแค่แม่คนเดียว ถ้าแม่หายไปฉันจะต้องอยู่คนเดียว  ความกลัวพุ่งเข้ามาจับขั้วหัวใจ น้ำตาปริ่มจะไหลออกมา นี่คือความกลัวอันยิ่งใหญ่ครั้งแรกในชีวิตที่ฉันรู้สึก ยิ่งกว่าเรื่องแย่ๆทั้งหมดที่โรงเรียน 
 
หนึ่งวันในความอ้างว้าง สองคืนในความมืด มีคนมาเคาะประตู ทุกอย่างวุ่นวาย ทั้งคุณป้าข้างห้องที่เพิ่งกลับมา ทั้งครูที่โรงเรียน ทั้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทุกคนมารวมตัวอยู่ในห้อง แต่ไม่มีเงาร่างของแม่ ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น ในที่สุดฉันก็ถูกส่งกลับไปที่บ้านยาย
 
แม่ไม่เคยกลับมา ยายไม่เคยร้องไห้กับเรื่องนั้น และในที่สุดฉันก็ได้รู้ว่าแม่เสียชีวิตตั้งแต่คืนที่ฝนตก
 
หนึ่งอาทิตย์ถัดมาชายคนหนึ่งมารับฉันไป และบอกฉันว่าเขาคือ พ่อของฉัน 
 
8 - 12 ขวบ
 
ฉันย้ายไปอยู่กับคนที่อ้างตัวว่าเป็น "พ่อของฉัน" บ้านใหม่อยู่ในกรุงเทพ แต่ยังคงไกลจากโรงเรียนประถมเดิม และเพื่อความสะดวกของผู้อุปการะ ฉันจึงต้องย้ายโรงเรียนด้วย 
 
ที่บ้านใหม่ เป็นครอบครัวแบบจีน พวกเขาจึงใช้สรรพนามกึ่งจีนตามไปด้วย นอกจากพ่อแล้ว ก็มีแม่บุญธรรม พู่กัน(ซึ่งเป็นลูกชายของทั้งสองคน) คุณย่า และพี่แต๋วซึ่งเป็นพี่เลี้ยง แต่ที่ฉันรู้สึกว่างใจมากที่สุดคือเจ้าโต๊ะ สุนัขสีขาว
 
วันแรกที่ย้ายไปอยู่บ้านหลังนั้น ฉันไม่คุยกับใครเลย พ่อและแม่บุญธรรมแนะนำสิ่งต่างๆ ฉันได้แต่พยักหน้ารับ บอกตามตรงฉันไม่เคยอยากย้ายมาที่นี่ ก่อนหน้านี้เคยขอร้องยายอยู่หลายครั้ง แต่ยายปฏิเสธ และให้เหตุผลว่าการเรียนในเมืองหลวงจะส่งผลดีต่อฉันมากกว่า 
 
-------------------------------------------------------------------------------------------------------
 
ยาวเลย เดี๋ยวมาต่อค่ะ แฮ่กๆ 

edit @ 6 Apr 2014 12:40:43 by MyFairy

edit @ 6 Apr 2014 12:54:29 by MyFairy

edit @ 6 Apr 2014 12:54:48 by MyFairy

edit @ 16 Apr 2014 14:07:50 by MyFairy

Tags: cs, db 2 Comments

เผาๆ วาเลนไทน์

posted on 15 Feb 2014 02:01 by 0902pm
 
8059 คิดถึงจุง
 
 
EH .... อเล็กซ์ผู้เฝ้าฝันถึงของขวัญวาเลนไทน์จากกอนด์ (ช็อคโกเลตไม่ต้อง ขออย่างอื่น หึหึ)
 
และสุดท้าย วันแห่งความรักของฉัน ฉันจะรักเธอไปตลอดเดือนก.พ.เลย
.
.
.
.
.
รักนะ หอสมุด
 

ขอพื้นที่งอแง

posted on 26 Jan 2014 21:58 by 0902pm
I feel sad.
 
I don't want to do anything.
 
And I know that I will not receive any forgiveness for doing nothing. 
 
T T 
 
Without Happiness , What do we live for?
 
I don't know what should I do anymore.

It's not a big deal that you have to care for.
.
.
.
You know, it's not a poem. 
 
Ps. sorry about my unskilled English. 
 
=======================================================
 
ว่าจะมางอแงต่อ ... แต่เจอมุก รมต.ชัชชาติ เลยลืมเลย = =+ 
 
แง๊ ยังเศร้าอยู่อย่างหาสาเหตุไม่ได้ (ถ้าไม่ใช่ธีสิสกับเอกเทอนอลเจ๊งอะนะ) 
 
อาจจะเป็นโรคซึมเศร้าก็ได้นะะะะะะ //ปล่อยเมือกเขียวแบบฮาวล์ 
 
รู้สึกแบบนั้นเลย แบบตอนที่ฮาวล์ปล่อยเมือกเขียว ฮรูววววววววววววววววววววว จิตตก 
 
จบการงอแงชั่วโมงนี้ สวัสดีค่ะ U U
 
=======================================================
 
still sad and still don't know what should to do. 
 
don't know even why I'm depressed.  
 
I want to get rid of this feeling but don't know how. 
 

edit @ 27 Jan 2014 23:01:35 by MyFairy

edit @ 28 Jan 2014 21:58:55 by MyFairy

Categories